History page of Radio Taiwan International (Rti)
close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

ผลสำรวจชี้ การปรับขึ้นภาษีศุลกากรกระทบความต้องการซื้อบ้านของประชาชนกว่า 77.6%

  • 28 May, 2025
  • เจนนรี ตันตารา
ผลสำรวจชี้ การปรับขึ้นภาษีศุลกากรกระทบความต้องการซื้อบ้านของประชาชนกว่า 77.6%
ผลสำรวจชี้ การปรับขึ้นภาษีศุลกากรกระทบความต้องการซื้อบ้านของประชาชนกว่า 77.6% (ภาพ CNA)

     เมื่อวันที่ 27 พ.ค. สมาพันธ์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งไต้หวัน (Chinese Association Of Real Estate Brokers) เผยแพร่ผลการสำรวจ “แนวโน้มและการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์ประจำปี 2568 ” พบว่า มีประชาชนร้อยละ 77.6 รู้สึกว่าข่าวด้านภาษีศุลกากรในช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 31 ถึง 40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลัก พบว่าร้อยละ 32.1 รู้สึกว่าความต้องการซื้อบ้านได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนร้อยละ 46.3 มีความเห็นว่าควรผ่อนปรนหรือยกเลิกมาตรการควบคุมสินเชื่อบางส่วนหรือทั้งหมด ขณะที่ร้อยละ 23.6 เห็นว่าควรคงนโยบายไว้เช่นเดิม ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงราคาบ้านในปี 2568 ร้อยละ 37.4  เชื่อว่าราคาบ้านจะเพิ่มขึ้น 5% ขึ้นไป ขณะที่ร้อยละ 28.5 มองว่าราคาจะทรงตัว และร้อยละ 29.7 มองว่าราคาบ้านจะลดลงมากกว่า 5% ขึ้นไป 

     นายหวังรุ่ยฉี(王瑞祺)  ประธานสมาพันธ์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งไต้หวันระบุว่า เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ของปี ผลกระทบภาษีศุลกากรจะเปลี่ยนจากข้อมูลสู่ผลกระทบที่แท้จริง โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่ามีประชาชนถึงร้อยละ 77.6 ที่เปลี่ยนท่าทีในการซื้อบ้านมาเป็นการรอดูท่าที โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อหลักอายุ 31 ถึง 40 ปี ซึ่งมีมากถึง 30% ที่มองว่าส่งผลกระทบชัดเจน จึงตัดสินใจชะลอการซื้อ คาดการณ์ได้ว่าปริมาณการซื้อขายบ้านมือสองจะหดตัวลงอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และจำนวนสาขาของสมาชิกสมาพันธ์ก็อาจลดลงด้วยเช่นกัน

     นายหวังรุ่ยฉี กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจที่พึ่งพาความต้องการภายในประเทศ ควรเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความผันผวนในช่วงเวลานี้ให้มากยิ่งขึ้น จึงจะสามารถลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากร และความผันผวนของตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยนได้  นอกจากนี้เขายังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง หากเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว ผู้ประกอบการอาจสามารถอยู่รอดได้ระยะสั้น แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาว เมื่อปริมาณการซื้อขายบ้านหดตัวลงอย่างมาก และเข้าสู่ช่วงตกต่ำ ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งพึ่งพาปริมาณการซื้อขาย อาจประสบความยากลำบากในการอยู่รอด และจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ประกอบอาชีพในวงการนี้นับแสนคน

     เขาเสนอว่ารัฐบาลควรคำนึงถึงเสถียรภาพของสังคม ผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อ เช่น ข้อจำกัดในการกู้ยืมเงินและระยะเวลาชำระหนี้ เพื่อให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ทำหน้าที่เป็นหัวรถจักร ในการช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศให้มีเสถียรภาพอย่างเต็มที่

 

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดmore