สหพันธ์ผู้ส่งออกเนื้อสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา (US Meat Export Federation : USMEF) สำนักงานไต้หวัน ได้เดินทางไปนครไทจงเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เพื่อจับมือกับร้านอาหารในเครือ Umai Corporation เปิดตัวเมนูเนื้อวัวสหรัฐฯ หลายรายการ คุณซุนไคเซิ่ง (孫開聖) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดของทางสำนักงานฯ กล่าวว่า ปริมาณการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯ ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของปีนี้เติบโตขึ้นประมาณ 6% โดยการจัดส่งยังคงมีเสถียรภาพ
ประเด็นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อปริมาณการนำเข้าเนื้อวัวสหรัฐฯของไต้หวันหรือไม่ คุณซุนไคเซิ่ง กล่าวว่า เดิมทีเนื้อวัวสหรัฐฯ ที่นำเข้าไต้หวันเสียภาษีนำเข้ากิโลกรัมละ 10 เหรียญไต้หวัน แต่ในปัจจุบันเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้า รัฐบาลไต้หวันได้ลดภาษีนำเข้าลงเหลือกิโลกรัมละ 5 เหรียญไต้หวัน ดังนั้น ปัจจุบันจึงยังไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ
สำหรับปริมาณการนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ คุณซุนไคเซิ่งระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนปีนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการเนื้อวัวในตลาดไต้หวันยังคงมีมาก ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็สามารถจัดส่งเนื้อวัวได้อย่างคงที่อย่างไรก็ตาม หากมองไปในอนาคต สิ่งที่ควรจับตามองคือผลกระทบจากสงครามภาษีต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจรวมถึงตลาดผู้บริโภคในไต้หวันด้วย หากซัพพลายไม่มีปัญหา แต่ความต้องการภายในประเทศลดลง ก็จะส่งผลกระทบต่อปริมาณการนำเข้า
คุณซุนไคเซิ่งเปิดเผยว่า สิ่งที่เขากังวลมากกว่าคือปัญหาภาษีศุลกากร ที่อาจส่งผลกระทบต่อบางอุตสาหกรรม ซึ่งอาจกระทบต่อความต้องการบริโภคในภาคธุรกิจร้านอาหารด้วย โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เริ่มสังเกตเห็นว่าธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบบ้างแล้ว ปัจจุบันตลาดผู้บริโภคระดับไฮเอนด์เริ่มได้รับผลกระทบจากภาษี หากกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางเริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน ก็อาจทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมถึงเนื้อวัวสหรัฐฯ ลดลงได้