กระทรวงการคลังไต้หวันรายงานว่า การส่งออกจากไต้หวันไปยังสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 15,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดต่อเดือนอีกครั้ง และมีสัดส่วนคิดเป็น 30% ของการส่งออกทั้งหมดของไต้หวัน นับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขขึ้นต้นด้วย “3” นับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 1992 ซึ่งสะท้อนถึง 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก, ความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ร้อนแรง, การเร่งย้ายฐานการผลิตกลับประเทศของสหรัฐฯ และผู้ผลิตเร่งส่งสินค้าเพื่อรับมือกับมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ
ไช่เหม่ยน่า (蔡美娜) ผู้อำนวยการกองสถิติของกระทรวงการคลังชี้ว่า ไต้หวันส่งออกไปสหรัฐฯทำสถิติสูงสุดรายเดือนทั้งด้านมูลค่าและอัตราเติบโต แซงหน้าจีนและฮ่องกง กลายเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไต้หวัน การเติบโตดังกล่าวเกิดจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศและโสตทัศนูปกรณ์ที่เติบโตอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 1.5 เท่า
การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 7,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของการส่งออกทั้งหมดที่อยู่ที่ 14,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นเสาหลักสำคัญของการเติบโตทางการส่งออกของไต้หวันในเดือนดังกล่าว
ในส่วนของการส่งออกรวมของไต้หวันในเดือนพฤษภาคม ทะลุ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก อยู่ที่ 51,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเดือน เติบโตจากปีก่อนถึง 38.6% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตต่อปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2010 และเติบโตต่อเนื่องมา 19 เดือนแล้ว