เมื่อวานนี้ (2 มิ.ย.) กระทรวงแรงงาน สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติมาตรการลดเวลาทำงานและการหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนล่าสุด พบว่า มีบริษัทที่ดำเนินมาตรการดังกล่าวรวมทั้งหมด 155 แห่ง และมีจำนวนพนักงานที่อยู่ภายใต้มาตรการนี้รวม 2,831 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อน 167 คน จาก 7 บริษัท แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่ามีจำนวนบริษัทลดลง 108 แห่ง และมีจำนวนพนักงานที่อยู่ภายใต้มาตรการนี้ลดลง 2,354 คน
คุณหวงฉีหย่า (黃琦雅) อธิบดีกรมเงื่อนไขแรงงานและความเสมอภาคในการจ้างงาน วิเคราะห์ว่า บริษัทที่ดำเนินมาตรการดังกล่าวส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 105 แห่ง มีพนักงาน 2,430 คน โดยที่เพิ่มมากขึ้นคือ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลโลหะ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีบริษัทหนึ่งที่ผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรกลได้แจ้งให้พนักงาน 140 คนหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน ส่วนอีกบริษัทหนึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะก็ได้แจ้งให้พนักงาน 72 คนหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนเช่นกัน แต่กระนั้นก็ยังมีบริษัทหนึ่งในกลุ่มผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้ยุติการใช้มาตรการลดเวลาทำงานและการหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนแล้ว ทั้งนี้จากภาพรวมจะเห็นว่ามีบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ รวมทั้งหมด 20 แห่ง และมีจำนวนพนักงานที่ถูกสั่งสั่งให้หยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนรวมทั้งสิ้น 827 คน
คุณหวงฉีหย่า ย้ำว่า นโยบายของสหรัฐฯ ยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดังนั้นรัฐบาลจึงยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้ความช่วยเหลือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้กระทรวงแรงงานไต้หวันยังได้ออกมาเตือนว่า กรณีที่นายจ้างได้ตกลงกับลูกจ้างว่าจะยื่นขอใช้มาตรการลดเวลาทำงาน นายจ้างจะยังคงต้องจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำจำนวน 28,590 เหรียญไต้หวันให้แก่ลูกจ้าง เพราะนั่นไม่ได้สอดคล้องกับเงื่อนไงการหยุดงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน อีกทั้งยังต้องดำเนินการจ่ายค่าประกันแรงงานและประกันสุขภาพให้กับลูกจ้างตามปกติด้วย