กองการประมงและสำนักบริหารจัดการท่าเรือประมง นครนิวไทเป ออกแถลงการระบุว่า ปลาข้าวสารเป็นหนึ่งในทรัพยากรการประมงตามแนวชายฝั่งทะเลไต้หวันที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นปลาที่ประชาชนนิยมบริโภค โดยมีพื้นที่การผลิตหลักอยู่ในเขตทะเลตั้นสุ่ยของนครนิวไทเป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วปลาข้าวสารไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์ปลาตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นลูกปลาที่ค่อนข้างมีสีขาวซึ่งประกอบด้วยปลาสามชนิดหลัก ได้แก่ ปลาก้างขาว (Encrasicholina puntifer), ปลาก้างดำ (E. heteroloba) และปลาแอนโชวีญี่ปุ่น (Engraulis japonicus)
กองการประมงระบุว่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี เป็นช่วงที่ปลาชนิดอื่นๆ วางไข่ ฟักตัวและเจริญเติบโต ทำให้ในช่วงนี้หากมีการทำประมงอาจมีการจับลูกปลาชนิดอื่นติดมาด้วยโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อทรัพยากรปลาชนิดอื่น เทศบาลนครนิวไทเปจึงกำหนดให้มีช่วงห้ามจับปลาลูก ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 14 กันยายนของทุกปี พร้อมทั้งมีการควบคุมจำนวนเรือประมงและปริมาณการจับปลาทั้งหมด และหากปริมาณการจับปลาข้าวสารถึงขีดจำกัดที่รัฐบาลกลางกำหนด ก็จะมีการประกาศห้ามจับโดยทันที นอกจากนี้ยังมีการกำหนดประเภทของอุปกรณ์การทำประมงกับพื้นที่ที่อนุญาตให้ทำการประมงด้วย

กองการประมงย้ำว่า การกำหนดมาตรการห้ามทำการประมงและควบคุมการทำประมง จะสามารถช่วยรักษาทรัพยากรของปลาข้าวสาร และยังเป็นการส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืนด้วย หากพบผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษปรับตามกฎหมายการทำประมง เป็นเงินตั้งแต่ 30,000-150,000 เหรียญไต้หวัน