เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) เปิดเผยสถิติ การเสียชีวิตของประชากรไต้หวันประจำปี 2567 พบว่า ในปีที่แล้ว ไต้หวันมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 201,383 คน ลดลงจากปี 2566 จำนวน 4,192 คน หรือคิดเป็น -2.0% โดยอายุเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตคือ 77 ปี ซึ่งเท่ากับปีก่อนหน้า อัตราการเสียชีวิต (คำนวณจากจำนวนผู้เสียชีวิตหารด้วยจำนวนประชากรกลางปี) อยู่ที่ 860.2 คนต่อประชากร 100,000 คน ลดลง 2.3% และอัตราเสียชีวิตมาตรฐาน (standardized mortality rate) อยู่ที่ 410.3 คน ต่อประชากร 100,000 คน ลดลง 4.5% จากการสังเกตในระยะยาวพบว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าประชากรของไต้หวันยังคงมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตในปีที่แล้วน้อยกว่าปีก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักมาจากผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 และโรคเบาหวานมีจำนวนลดลง
สำหรับ 10 สาเหตุการเสียชีวิตของคนไต้หวันเมื่อปี 2567 อันดับ 1 ยังคงเป็นโรคมะเร็งที่ครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 43 อันดับที่ 2 คือโรคหัวใจ อันดับ 3 คือโรคปอดอักเสบ รองลงมาได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง อุบัติเหตุ โรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่างเรื้อรัง โรคไตเรื้อรังและกลุ่มอาการโรคไต สิ่งที่น่าสังเกตคือ การทำร้ายตัวเองโดยเจตนา (ฆ่าตัวตาย) ได้กลับมาติดอันดับที่ 10 ของสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง หลังจากห่างหายจาก Top 10 นาน 14 ปี นอกจากนี้ โรคโควิด-19 ซึ่งเคยติด Top 10 สาเหตุการเสียชีวิตในปี 2565 และ 2566 โดยอยู่อันดับที่ 3 และ 6 ตามลำดับ สำหรับในปี 2567 ได้หล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 14
เมื่อพิจารณา 10 สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด พบว่า มีเพียงโรคปอดอักเสบและการฆ่าตัวตายที่มีอัตราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฆ่าตัวตายซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดถึง 5% ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต
จากสถิติพบว่า ในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 4,062 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 164 คน โดยในจำนวนนี้ มีเพียงกลุ่มอายุ 0–14 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายลดลง ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน และวัยกลางคนช่วงอายุ 15–64 ปีกลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น นางเจิ้งสูซิน (鄭淑心) รักษาการผู้อำนวยการกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ กล่าวว่า สาเหตุการฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่นมักเกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ต ส่วนกลุ่มวัยกลางคน จำเป็นต้องตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลแจ้งเหตุการฆ่าตัวตายเพื่อทำการวิเคราะห์ให้ละเอียดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ จะยังคงผลักดัน “โครงการสนับสนุนสุขภาพจิตสำหรับคนรุ่นใหม่และวัยกลางคน” อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา (2567) โรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งใน 10 อันดับแรก ได้คร่าชีวิตชาวไต้หวันไปทั้งสิ้น 54,032 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 906 ราย คิดเป็น 26.8% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดย ฆาตกรตัวร้ายอันดับหนึ่งยังคงเป็น มะเร็งปอด รองลงมาคือ มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้และมะเร็งทวารหนัก อยู่อันดับ 3 โดยมะเร็งทั้งสามอันดับนี้ ได้ครองตำแหน่ง 3 อันดับแรกที่คร่าชีวิตชาวไต้หวันติดต่อกันเป็นปีที่ 21 แล้ว สำหรับอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ มีลำดับที่คล้ายคลึงกับปีที่แล้ว โดยอันดับที่ 4 ถึง 10 ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งรังไข่ ทั้งนี้ มีเพียงมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งรังไข่ที่มีอัตราเพิ่มขึ้น ขณะที่มะเร็งชนิดอื่น ๆ มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะ มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งตับ ที่มีอัตราการลดลงอย่างชัดเจน
※ทุกชีวิตมีคุณค่า การฆ่าตัวตายไม่สามารถแก้ปัญหา ชีวิตย่อมมีทางออกเสมอ หากต้องการคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง สามารถโทรสายด่วนกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ 1925 สายด่วน Life 1995 (生命線專線) หรือสายด่วน Teacher Chang 1980