สถาบัน Oxford Economics ได้ประกาศผลการจัดอันดับดัชนีเมืองชั้นนำระดับโลก (Global Cities Index) ล่าสุด พบว่า เมืองที่จัดอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกได้แก่ นิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, ซานโฮเซ, ซีแอตเทิล, เมลเบิร์น, ซิดนีย์, บอสตัน, โตเกียว และซานฟรานซิสโก ตามลำดับ
ส่วนเมืองในทวีปเอเชีย (ไม่รวมเขตตะวันออกกลาง) ที่ติดอยู่ใน 100 อันดับแรก มีทั้งหมด 7 แห่ง คือ อันดับ 9 โตเกียว, อันดับ 15 โซล, อันดับ 21 สิงคโปร์, อันดับ 60 กรุงไทเป, อันดับ 72 ฮ่องกง, อันดับ 79 กัวลาลัมเปอร์ และอันดับที่ 100 โอซาก้า-เกียวโต
โดยการจัดอันดับนี้ให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ ทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ โดยมีคะแนนรวมสูงสุดคือ 100 คะแนน ซึ่งเมื่อแบ่งสัดส่วนคะแนนของกรุงไทเปในแต่ละด้านจะพบว่า เศรษฐกิจได้ 50.0, ด้านทรัพยากรมนุษย์ได้ 67.7, ด้านคุณภาพชีวิตได้ 90.4, ด้านสิ่งแวดล้อมได้ 72.2 และด้านการบริหารจัดการได้ 88.1 ซึ่งเมื่อนำทั้งหมดมาคำนวณค่าเฉลี่ยก็ได้ 75.0 อยู่ในอันดับที่ 60 ของโลก ขยับขึ้นมา 5 อันดับจาก 65 ในปีที่แล้ว

ทั้งนี้สำหรับในด้านคุณภาพชีวิต ทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารจัดการ กรุงไทเปมีอันดับด้านคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการสูงกว่านิวยอร์กซึ่งอยู่ในอันดับหนึ่งของดัชนี โดยจากดัชนีจะเห็นว่าเมืองติดอยู่ 1 ใน 100 อันดับแรกของโลกส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก เนื่องจากเกณฑ์การประเมินที่ใช้ให้สัดส่วนสูงไปกับขนาดเศรษฐกิจของเมืองและการประเมินทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับความรู้ ทักษะ และกำลังการผลิต โดยนิวยอร์กซึ่งอยู่ในอันดับที่ 1 ของดัชนีครั้งนี้ ก็เพราะว่านิวยอร์กเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงิน เทคโนโลยี การโฆษณา และสื่อระดับโลก เป็นเขตเศรษฐกิจเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าของผลผลิตหลักมาจากภาคการเงิน