History page of Radio Taiwan International (Rti)
close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

เผยผลการจัดอันดับดัชนีเมืองชั้นนำระดับโลกล่าสุดของ Oxford Economics กรุงไทเปขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 60

  • 03 June, 2025
  • มนภรณ์ ไชยวุฒิ
เผยผลการจัดอันดับดัชนีเมืองชั้นนำระดับโลกล่าสุดของ Oxford Economics กรุงไทเปขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 60
เผยผลการจัดอันดับดัชนีเมืองชั้นนำระดับโลกล่าสุดของ Oxford Economics กรุงไทเปขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 60

     สถาบัน Oxford Economics ได้ประกาศผลการจัดอันดับดัชนีเมืองชั้นนำระดับโลก (Global Cities Index) ล่าสุด พบว่า เมืองที่จัดอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกได้แก่ นิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, ซานโฮเซ, ซีแอตเทิล, เมลเบิร์น, ซิดนีย์, บอสตัน, โตเกียว และซานฟรานซิสโก ตามลำดับ

     ส่วนเมืองในทวีปเอเชีย (ไม่รวมเขตตะวันออกกลาง) ที่ติดอยู่ใน 100 อันดับแรก มีทั้งหมด 7 แห่ง คือ อันดับ 9 โตเกียว, อันดับ 15 โซล, อันดับ 21 สิงคโปร์, อันดับ 60 กรุงไทเป, อันดับ 72 ฮ่องกง, อันดับ 79  กัวลาลัมเปอร์ และอันดับที่ 100 โอซาก้า-เกียวโต

     โดยการจัดอันดับนี้ให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ ทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการ โดยมีคะแนนรวมสูงสุดคือ 100 คะแนน ซึ่งเมื่อแบ่งสัดส่วนคะแนนของกรุงไทเปในแต่ละด้านจะพบว่า  เศรษฐกิจได้ 50.0, ด้านทรัพยากรมนุษย์ได้  67.7, ด้านคุณภาพชีวิตได้ 90.4, ด้านสิ่งแวดล้อมได้ 72.2 และด้านการบริหารจัดการได้ 88.1 ซึ่งเมื่อนำทั้งหมดมาคำนวณค่าเฉลี่ยก็ได้ 75.0 อยู่ในอันดับที่ 60 ของโลก ขยับขึ้นมา 5 อันดับจาก 65 ในปีที่แล้ว 

     ทั้งนี้สำหรับในด้านคุณภาพชีวิต ทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารจัดการ กรุงไทเปมีอันดับด้านคุณภาพชีวิตและการบริหารจัดการสูงกว่านิวยอร์กซึ่งอยู่ในอันดับหนึ่งของดัชนี โดยจากดัชนีจะเห็นว่าเมืองติดอยู่ 1 ใน 100 อันดับแรกของโลกส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก เนื่องจากเกณฑ์การประเมินที่ใช้ให้สัดส่วนสูงไปกับขนาดเศรษฐกิจของเมืองและการประเมินทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับความรู้ ทักษะ และกำลังการผลิต โดยนิวยอร์กซึ่งอยู่ในอันดับที่ 1 ของดัชนีครั้งนี้ ก็เพราะว่านิวยอร์กเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงิน เทคโนโลยี การโฆษณา และสื่อระดับโลก เป็นเขตเศรษฐกิจเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าของผลผลิตหลักมาจากภาคการเงิน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดmore