เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นิตยสาร National Geographic ฉบับดิจิทัลภาษาอังกฤษได้เผยแพร่บทความแนะนำ 5 สถานที่ลึกลับในไต้หวัน ได้แก่ ผิงหลิน เกาะเสี่ยวหลิวฉิว ตูหลัน ผิงตง และภูเขาอาลีซาน บทความระบุว่า ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเยือนไต้หวันโดยมีกรุงไทเปเป็นจุดหมายหลัก แต่นอกจากเมืองหลวงแล้ว เกาะแห่งนี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่งอย่างมากอีกด้วย
บทความแนะนำว่า ผิงหลินเป็นเมืองเล็กๆในหุบเขาที่มีชื่อเสียงด้านชา ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำเฟยฉุ่ย ในนครนิวไทเป เพื่อปกป้องแหล่งน้ำแห่งนี้ รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 ทำให้สามารถอนุรักษ์ภูมิทัศน์ชนบทดั้งเดิมของไต้หวันไว้ได้เป็นอย่างดี
เกาะเสี่ยวหลิวฉิว สวรรค์ของนักดำน้ำ รายล้อมไปด้วยเต่าเต่าตนุและเขตน้ำขึ้นน้ำลงที่งดงาม สามารถมองเห็นใต้น้ำลึกลงไปถึงประมาณ 12–20 เมตร ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์ มีปลากระเบนทอง ปลาไหลยอดจาก ปลาสิงโตแหวกว่ายอยู่ใต้น้ำ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนเป็นฤดูกาลดำน้ำที่ดีที่สุด
เขตตูหลัน (都蘭) ตั้งอยู่ในเมืองไถตง เป็นแหล่งโต้คลื่นยอดนิยม และยังเป็นบ้านของชนเผ่าอามิส (阿美族) ซึ่งมีความผูกพันลึกซึ้งกับท้องทะเล ยามน้ำลงหญิงสาวชาวอามิสมักจะเดินลุยน้ำไปลงไปเก็บหอย ดั่งที่บรรพบุรุษเคยทำ ปัจจุบันตูลันยังเป็นศูนย์รวมแห่งความคิดสร้างสรรค์ มีศิลปิน นักดนตรี และชาวต่างชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น และยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลดนตรี Amis Music Festival ดึงดูดศิลปินจากทั่วไต้หวันและทั่วโลกให้มารวมตัวกันที่นี่

ชนเผ่าอามิส ในตูหลัน เมืองไถตง (ภาพจาก CNA)
เมืองผิงตง ซึ่งตั้งอยู่ใต้สุดของไต้หวัน เป็นดั่ง “ยุ้งฉางของเกาะ” ภูมิอากาศที่ร้อนชื้น เอื้อต่อการเพาะปลูกตลอดทั้งปี พื้นที่ราบซึ่งมีแสงแดดส่องทั่วถึง มีการเพาะปลูกผลไม้หลากหลายชนิด อาทิ ชมพู่ ลิ้นจี่ สับปะรด มะม่วง ไปจนถึงกล้วย ส่วนพื้นที่บนภูเขาก็มีเรื่องราวของชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่หลากหลายไม่แพ้กัน ร้ายขายผักผลไม้ที่นี่ไม่เพียงจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร อีกทั้งยังจัดเวิร์กช็อปถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่เคยเกือบสูญหายผ่านอาหารและเรื่องเล่า เพื่อสืบสานวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองให้คงอยู่ต่อไป
สถานที่ลึกลับสุดท้ายที่นิตยสาร National Geographic แนะนำคือภูเขาอาลีซานที่เลื่องชื่อด้านจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทางรถไฟป่าอายุร้อยปี มีเส้นทางเดินเขาที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ทางรถไฟป่าแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยญี่ปุ่นปกครองไต้หวัน เดิมใช้เพื่อขนส่งไม้สนไต้หวัน ปัจจุบันยังคงวิ่งเลียบภูเขาที่คดเคี้ยว เชื่อมโยงปากทางปีนเขา ไร่ชาและหมู่บ้านที่ถูกเมฆหมอกปกคลุม